ของรางวัลประจำเดือน ..
- ขอแลกรางวัล
- รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลเดือนที่แล้ว
* คำแนะนำ ฎกติกาในการเล่นเกมส์
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา [เข้าสู่ระบบ] หรือ [ลงทะเบียน]
ท่านสามารถอ่านคู่มือการใช้งานเวปบอร์ดได้ โดยคลิกที่นี่
 
Car2Care Club
New&Activities
แนะนำและช่วยเหลือจาก Car2Care
Isuzu MU7 กับ Toyota Fortuner ตัวใหนน่าใช้กว่ากัน
[หน้า 1 จาก 1] :     1 |
µÍº
 
 
Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
Isuzu MU7 กับ Toyota Fortuner ตัวใหนน่าใช้กว่ากัน
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  
  Posted: 26 October 2007 AT 18:55 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

 

   อยากจะรบกวนสอบถามเพราะเลือกไม่ถูกระหว่าง สองรุ่นนี้  แล้วฟอร์จูนเนอร์ยังมีปัญหาเรื่องเบรค

อยู่หรือเปล่าครับ   และเวลาซื้อรถ จะมีวิธีการตรวจดูรถคันใหม่อย่างไร  ช่วยแนะนำหน่อยครับ ขอบคุณครับ   

 

 
 
รถพดพร้าว
เด็กฝึกหัด
Offline
EXP : 83 | Level : 7
HP
 24
MP
 17
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 1
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 2 November 2007 AT 19:54 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

เบรคไม่รู้นะแต่เคยสัมผัสทั้งคู่  โตโยแข็งไปหน่อย แต่ได้คอยสปริง

mu7 นิ่มไปหน่อยโยนหน่อยๆและเสียเป็นแหนบแต่ประหยัดสุดๆ

วิ่งแทบบ้าทั้งคู่


________________________________________

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 2
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 3 November 2007 AT 09:35 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

bsompol
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 8 | Level : 1
HP
 10
MP
 1
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 3
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 3 November 2007 AT 18:35 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

จากประสบการณ์ลองขับมาทั้งคู่นะครับ

MU7 ดีกว่าครับ 

แต่แรกเลยชอบ ฟอร์จูนเนอร์ครับ   คือปฏิเสธเรื่องความสวยของฟอร์จูนเนอร์ไม่ได้เลยจริง ๆ

แต่ถ้าคิดใช้ยาว ๆ อิสุสุดีกว่าครับ   ทั้งนี้คุณควรลองขับดูก่อนนะครับ แล้วรุ่นใหม่มีปัญหาเรื่องน้ำมันเครื่องป่าวไม่รู้ เช็คดูอีกทีนะครับ


________________________________________

^^Pon^^
เด็กฝึกหัด
Offline
EXP : 71 | Level : 6
HP
 22
MP
 13
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 4
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 10 November 2007 AT 10:58 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ผมว่าใจเย็นก่อนซื้อครับ รอดูต้นปีหน้า เห็นว่าทางVigo จะปรับเปลี่ยน เครื่องยนต์ และ รูปโฉม ใหม่ ส่วน Forturner มันก็มาจากVigo นั้นแหละครับ เดี๋ยวมันก็ออกมาใหม่ต้อนปีหน้า ตามๆกันมา เครื่อง 180 ม้าขึ้น ครับ วิ่งกว่าเก่าเยอะ โหดเลยๆๆๆๆๆ


________________________________________
มีเธอที่ไหนมีฉันที่นั้น มีลิเวอร์ ด้วย
Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 5
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 22 February 2008 AT 13:35 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ท่าเลือกเทคโนโลยี่furtunerเหนือกว่าmu7 เยอะแรงไม่แรงประหยัดไม่ประหยัดอยู่คอมพิวเตอร์เครืองคอมมอลเรลดัดแปลงมาจากเครืองยนต์เบนซินหัวฉีดคอมพิวเตอร์สั่งงานทั้งหมดคิดดูว่าใครมีประสบการณ์เรื่องคอมพิวเตอร์ mu7หรือdimaxจะมีปัญหาอยู่เฉยสตาร์ไม่ติดเจอทุกคน

o9401
ช่างเล็ก
Offline
EXP : 1498 | Level : 25
HP
 80
MP
 60
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 6
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 22 February 2008 AT 15:07 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ถ้าจะบอกว่าฟอร์จูนเนอร์ทำตลาดแบบไร้คู่แข่ง ก็คงไม่ถูกต้อง

ทั้งหมด แต่ก็ไม่ผิดไปจากความจริงมากนัก เพราะคู่แข่งสำคัญอย่าง

อีซูซุ มิว-เซเว่น เล่นง่ายกว่าด้วยการนำแชสซีส์รถปิกอัพดีแมคซ์มา

ต่อตัวถังเป็น 5 ประตู โดยไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากนัก จึงแทบไม่ต่าง

กับรถปิกอัพดัดแปลงอย่างไทยรุ่งหรือสามมิตร ส่วนฟอร์จูนเนอร์แม้

จะใช้พื้นฐานร่วมกับวีโก้ แต่ก็มีการปรับปรุงมากกว่า ทำให้คนมองว่า

เป็นเอสยูวีพันธุ์แท้ ไม่ใช่รถปิกอัพดัดแปลง

รูปลักษณ์ภายนอกแม้หลายส่วนใช้ร่วมกับวีโก้ แต่ก็ได้รับการ

ตกแต่งให้ดูดีตามประเภทของรถ โดยรวมดูคันใหญ่และสูง มีโป่งล้อเพิ่ม

ความดุดัน ยางใหญ่สไตล์รถลุย 265/70R16 มิติตัวถังมีความยาว

17.9:1 กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ หรือ 163 แรงม้า

(PS DIN) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 34.95

กก.-ม. ที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 4

ล้อตลอดเวลา มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะในรุ่น

3.0G และเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะในรุ่น 3.0V

ระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพา-

เวอร์ ระบบกันสะเทือนหน้าปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์

สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลัง

ปรับปรุงใหม่หมด เปลี่ยนจากแหนบเป็นโฟร์ลิงก์

พร้อมคอยล์สปริง พร้อมลดระยะฐานล้อให้สั้นกว่า

วีโก้ และออกแบบตัวถังด้านท้ายใหม่ให้สั้นลง เพื่อ

ความคล่องตัวในการใช้งาน จุดนี้เองที่เป็นจุดขาย

สำคัญของฟอร์จูนเนอร์ เพราะดูไม่เป็นรถปิกอัพ

ดัดแปลง ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัมพร้อมเอบีเอส

หลังจากทำตลาดประมาณ 1 ปี ช่วงต้นปี

2006 ก็เพิ่มรุ่นพิเศษเอ็กซ์คลูซีพสีขาว เพิ่มอุปกรณ์

ตกแต่งภายนอกและภายในหลายรายการ ขยับราคา

ขึ้นอีกเล็กน้อย ใช้พื้นฐานจากรุ่น 3.0V เกียร์อัตโนมัติ

รถยนต์รุ่นนี้น่าสนใจที่ความสดใหม่ เพราะเพิ่ง

เปิดตัวได้แค่ปีเดียว ถ้าไม่ใช่คันที่เกิดอุบัติเหตุชนหนัก

หรือเอาไปลุยโหดๆ สภาพโดยรวมก็ไม่ต่างจากตอน

ป้ายแดงมากนัก แต่ราคาจะถูกกว่าพอสมควร เพราะ

ถึงจะเป็นรถปีใหม่แต่ก็เป็นมือสอง ราคาต้องตกไป

ตามกลไกตลาด โดยจะลดลงไป 150,000-200,000

บาทจากตอนป้ายแดง ถ้าได้คันที่สภาพดีจริงๆ ก็จะ

ใช้งานแบบไม่ต้องซ่อมหนักไปอีก 4-5 ปีเป็นอย่าง

น้อย โดยในตลาดมือสองส่วนใหญ่จะเป็นรุ่น

เครื่องยนต์ดีเซล เพราะคนซื้อคาดหวังเรื่องความ

ประหยัดและความแรง

จุดที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการใช้งานในระยะยาว

คือ อะไหล่โดยเฉพาะในส่วนของตัวถังและช่วงล่าง

เพราะรถรุ่นนี้เปิดตัวและเริ่มทำตลาดในเมืองไทย

เท่านั้น อะไหล่มือสองในเชียงกงจึงน่าจะมีเครื่องยนต์

เป็นหลัก นอกนั้นต้องพึ่งของใหม่จากศูนย์บริการ

หรือร้านขายอะไหล่ทั่วไปแถววรจักร

ถ้าจะซื้อเพราะคาดหวังเรื่องความประหยัดจาก

เครื่องยนต์ดีเซล คงต้องตั้งหลักคิดกันใหม่ เพราะตัว

ถังสูงใหญ่ต้านลม หนักเกือบ 2 ตัน รวมทั้งระบบขับ

เคลื่อน 4 ล้อ ยิ่งถ้าเป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ขับต่าง

จังหวัดความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง มี

อัตราสิ้นเปลืองแค่ประมาณ 10 กิโลเมตร/ลิตร กับ

ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 27 บาทกว่า จึงไม่ประหยัด

เท่าไร แต่ถ้าชอบและยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมา

ได้ก็ซื้อได้

อีกทางเลือก คือ ซื้อมือสองมาแล้วติดแก๊ส ซึ่ง

ปัจจุบันมีสำหรับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ลงทุน

เพิ่มประมาณ 40,000 บาท มีติดไปแล้วหลายคันวิ่ง

กันเต็มถนน ประหยัดว่าน้ำมันดีเซลหลายเท่าตัว แต่ก็

ต้องคำนึงถึงการรับประกันคุณภาพด้วย

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เอสยูวีพื้นฐานรถปิกอัพ

วีโก้ ปรับปรุงรายละเอียดหลายจุดทำให้น่าสนใจ

และเป็นรถปีใหม่ที่ราคาถูกกว่าป้ายแดงพอควร ไม่

ประหยัดน้ำมันทั้งรุ่นเบนซินและดีเซล และจะน่าใช้

ก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าได้ใช้ความกว้างของห้องโดยสาร

และความทนทานของช่วงล่างอย่างคุ้มค่า

143

THAIDRIVER M A G A Z I N E

4,695 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,795 มิลลิเมตร ฐาน

ล้อ 2,750 มิลลิเมตร น้ำหนักอยู่ในระหว่าง 1,810-1,925 กิโลกรัม

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก รุ่นเบนซินมีรหัส 2TR-FE 4 สูบ

เรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i หัวฉีด EFI มีความกว้างกระบอกสูบ

และช่วงชักเท่ากัน 95 มิลลิเมตร ความจุ 2,694 ซีซี อัตราส่วนการอัด

9.6:1 กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ หรือ 160 แรงม้า (PS DIN) ที่

5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 24.55 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที

ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ในรุ่น

2.7V

รุ่นดีเซลมีรหัส 1KD-FTV แบบคอมมอนเรลเทอร์โบ พร้อมอิน-

เตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มีความกว้างกระบอกสูบ 96

มิลลิเมตร ช่วงชัก 103 มิลลิเมตร ความจุ 2,982 ซีซี อัตราส่วนการอัด

17.9 อ้างอิงจาก www.thairirver.com


________________________________________


o9401
ช่างเล็ก
Offline
EXP : 1498 | Level : 25
HP
 80
MP
 60
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 7
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 22 February 2008 AT 15:10 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ขออภัยครับเป็น www.thaidriver.com ครับสำหรับข้อมูลข้างบน


________________________________________


Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 8
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 23 December 2008 AT 21:02 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

MU 7 ดีกว่า TOYOTA ปัญญาอ่อนเข้าโค้งก็ห่วยเลยต้องใช้ VSC เข้ามาช่วยคุม ฮี่โธ่ แถมไฟโปรเจคเตอร์ก็มาทีหลังอีก มาตรวัดก็หรูกว่าด้วย มีกล้องมองหลังด้วยนะ!! แต่มองยากว่ะต้องก้มดู ^^ (รถผมเอง)  ต้องถามใจคุณแล้วล่ะว่าแท้จริงแล้วชอบอันไหนมากว่า  อย่ามาตั้งกระทู้แบบนี้เลย พาลให้คนเค้าเถียงกันเปล่าๆ 
 
reply
  [หน้า 1 จาก 1] :     1 |
กระโดดไปยัง  
 
 
:: ชมรมคนรักรถ www.car2care.com