ของรางวัลประจำเดือน ..
- ขอแลกรางวัล
- รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลเดือนที่แล้ว
* คำแนะนำ ฎกติกาในการเล่นเกมส์
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา [เข้าสู่ระบบ] หรือ [ลงทะเบียน]
ท่านสามารถอ่านคู่มือการใช้งานเวปบอร์ดได้ โดยคลิกที่นี่
 
Car2Care Club
Car2Care Community
สอบถาม วิจารณ์รถ
รถโปรตรอนน่าเล่นไหมครับ เห็นว่ามีอยู่สามรุ่น ครับ
[หน้า 1 จาก 1] :     1 |
µÍº
 
 
Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
รถโปรตรอนน่าเล่นไหมครับ เห็นว่ามีอยู่สามรุ่น ครับ
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  
  Posted: 18 March 2008 AT 17:24 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

 
ทราบว่าเป็นของมาเลย์ อยากรู้เรื่องสมรรถนะ และเครื่องยนต์ของยี่ห้อนี้ 
 
 
Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 1
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 19 March 2008 AT 11:53 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ตอนนี้มีการทดลองขับ Proton Savvy วิ่งจาก กทม. - เชียงใหม่ เฉลี่ยกินน้ำมัน 27 กม./ลิตร

สำหรับสมรรถนะ และข้อมูลผู้ใช้ หารายละเอียดได้ที่ www.proton-club.net

1600cc
ช่างเล็ก
Offline
EXP : 1184 | Level : 25
HP
 80
MP
 70
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 3
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 20 March 2008 AT 11:25 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

รถใหม่ๆ เครื่อง 1500-1600 วิ่งทางไกลในความเร็วคงที่ ไม่เกิน 100km/h ผมว่าทำได้เกิน 20km/L สบายๆ เกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

ส่วนโปรตอน ได้เปรียบตรงที่ราคาถูก ช่วงล่าง(ถ้าแบบโลตัส)ก่น่าจาแน่น เพราะมีทั้งกันโคลงหน้า-หลัง..(ยกเว้นรุ่น Savvy)

3-4 ปีแรก ก่คงไม่มีปัญหารัยหรอก แต่หลังจากนั้น PNA ยังจามี 0-service อยู่ตามที่ต่างๆ รึป่าว
(กลัวว่าม้วนเสื่อ กลับมากองอยู่ สนง ใหญ่ เหมือนยี่ห้อที่แล้วๆ อ่ะนะ..)
ขอเรียนทั่นผู้หลัก ผู้ใหญ่ใน PNA off. ด้วยว่า ช่วยดูแลการบริการหลังการขายให้มานต่อเนื่อง นานๆหน่อย..ไม่ใช่ขายได้กำไร ก่เลิก

มานเปนกรรมของผู้บริโภคนะคับ ..ดีนะที่โอเปิ้ล ไม่ใช่รถใจเสาะ ผมมีตั้ง 2 คัน และก่ยังจาหามาอีกนะ..
ส่วนคนที่ไม่เคยใช้ หรือใช้ไม่เปน ก่ด่ารถไป..555
กรรมของรถ 55+
________________________________________
ปีสาดจากโอเปิ้ล
Opel in Thai <<คลิ๊กได้เลยครับ
Opellove.com <<คลิ๊กได้เลยครับ

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 4
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 21 March 2008 AT 20:07 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ลองเก็บไปคิดดูนะ โปรตอนมันก็เป็นของบริษัท มิซู นี่แหละเครื่องเดียวกันเลย ช่วงนี้เริ่มมีโชว์รูมหลายจังหวัดแล้วนะ รถสวยใช้ได้เลยนะ

 

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 5
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 14 June 2008 AT 13:45 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ไปมาเลย์มา คนขับโปรตรอนกันทั้งเมืองเกิน  85 % เลยล่ะ

ดีไม่ดีไม่รู้เหมือนกัน

ole7998
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 1 | Level : 1
HP
 10
MP
 0
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 6
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 24 June 2008 AT 22:41 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

Guest พิมพ์ว่า :
 

ไปมาเลย์มา คนขับโปรตรอนกันทั้งเมืองเกิน  85 % เลยล่ะ

ดีไม่ดีไม่รู้เหมือนกัน                                                                                                                                  

เพราะรถยี่ห้ออื่นๆเสียภาษีมากกว่ายี่ห้อโปรตอน จึงทำให้รถโปรตอนถึงมีราคาถูกมากกว่ายี่ห้ออื่น จึงทำให้มีคนซื้อใช้กันเยอะ ไม่เกี่ยวกับคุณภาพและสมรรถณะครับ


________________________________________

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 8
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 18 July 2008 AT 10:03 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ผมว่ารถดีนะครับ  แต่กลัวตัวแทนที่นำเข้ามาเท่านั้นครับ เพราะมีประวัติ (โอเปิล)ที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัว.. 
Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 10
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 29 July 2008 AT 00:22 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ตอนนี้ค่าย GM ปรับกลยุทธ์ใหม่ แปลง OPEL ให้เป็น เชฟโรเล็ต ที่ซื้อกันให้เกลื่อน ความจริงเป็นรถ OPEL นั่นเอง .... คนไทยยังติดกับยี่ห้อเกินไป ผมว่ารถยุโรปดีกว่าญี่ปุ่นเยอะ เพียงแต่ ศูนย์บริการมันแย่แค่นั้นเอง.... แต่ตอนนี้ผมว่าจักยานดีกว่านะ หรือไม่ก็ เอาม้ามาขี่ น้ำมันไม่ต้องกินกินแต่หญ้า มีขี้มาทำเป็นปุ๋ย ... สูงสุดกลับคืนสู่สามัญ ... เข้ากับยุคโลกร้อน..เศรษฐกิจพอเพียง ... และสบายกระเป๋า  

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 11
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 5 January 2009 AT 15:15 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

โครงการพระราชดำริฝนหลวง

    ที่มาโครงการพระราชดำริฝนหลวง

                       "...แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี่ลงมาให้ได้ก็เคยได้ยินเรื่องการทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้มี มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้..."

              โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจาก   พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอนับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จนตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงพบเห็นว่าภาวะแห้งแล้ง ได้ทวีความถี่ และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เพราะนอกจากความผันแปรและคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติแล้ว การตัดไม้ทำลายป่า ยังเป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ในทุกภาคของประเทศ ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. 2498 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทรงสังเกตเห็นว่า มีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกัน จนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดเป็นฝนตกได้ อย่างแน่นอน

ตามที่ทรงเล่าไว้ใน The Rainmaking Story  จากปี พ.ศ. 2498  เป็นต้นมา ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งทรงรอบรู้ และเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ จนทรงมั่นพระทัย จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น   ซึ่งในปีถัดมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการในท้องฟ้าให้เป็นไปได้

 

การทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก

      ปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบินปราบศัตรูพืชกรมการข้าว และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์   ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล จึงได้นำความขึ้น กราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบว่า พร้อมที่จะดำเนินการตามพระราชประสงค์แล้ว ดังนั้นในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2  กรกฎาคม 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการ และหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลอง เป็นคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองเป็นแห่งแรก โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice หรือ Solid Carbon dioxide) ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์อย่างเห็นได้ชัดเจน เกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ ในเวลาอันรวดเร็วแล้วเคลื่อนตัวตามทิศทางลมพ้นไปจากสายตา ไม่สามารถสังเกตได้เนื่องจากยอดเขาบัง แต่จากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน และได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่าการบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

 

              พระปฐมบรมราโชวาท

           เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  เพื่อทอดพระเนตรการทดลอง  ทำฝนหลวงของคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2512   ที่สนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทให้คณะปฏิบัติการฯ พยายามอดทนต่อความยากลำบาก เพราะเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการ ช่วยให้ประชาชนคลายความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ทรงแนะนำให้ศึกษาข้อมูลและปัจจัยที่เกี่ยวข้องทางภาคพื้นดินให้มากยิ่งขึ้น เช่น แผนภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ทางภาคพื้นดินในอาณาบริเวณนั้น การสร้างเปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศตอนใกล้พื้นดินให้สูงขึ้น พร้อมกับทรงสาธิตให้คณะเจ้าหน้าที่ดูวิธีการสร้างความชื้นสัมพัทธ์โดยโปรดเกล้าฯ ให้รถดับเพลิงของพระราชวังไกลกังวลมาพ่นละอองน้ำให้เป็นฝอยขึ้นในอากาศ แล้วเสด็จฯ เข้าไปในละอองน้ำที่ฉีด เพื่อนำเครื่องมือเข้าไปวัดความชื้นโดยไม่หวั่นว่าพระวรกายจะเปียกเปื้อนแต่ประการใด ปรากฏว่าสามารถสร้างความชื้นสัมพัทธ์ได้ตามที่ทรงรับสั่ง นอกจากนั้นยังทรงแนะนำว่าควร เพิ่มหน่วยสังเกตการณ์ภาคพื้นดินเพื่อจะได้ศึกษาปริมาณน้ำฝนตามจุดต่างๆ และได้ข้อมูลอื่นๆ ละเอียดยิ่งขึ้น

              จากพระบรมราโชวาทพระราชทานในครั้งนั้น เป็นพระปฐมบรมราโชวาทที่คณะปฏิบัติการทดลองได้น้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม และได้ปฏิบัติตามสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

          1. การวิจัยและค้นคว้าทดลองเป็นสิ่งสำคัญต้องดำเนินการต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด

          2. อย่าสนใจต่อข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ก่อให้เกิดความท้อแท้ใจให้มุ่งมั่นพัฒนาต่อไป

          3. ให้บันทึกรวบรวมไว้เป็นตำรา

valve
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 15 | Level : 2
HP
 12
MP
 4
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 12
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 7 January 2009 AT 07:43 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ซื้อรถมันเด๋วภาคใต้หาย


________________________________________

bajadma
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 24 | Level : 3
HP
 14
MP
 6
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 13
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 9 January 2009 AT 18:48 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ตัว3ประตู สวยมากเลยขอบอก     
________________________________________

 
reply
  [หน้า 1 จาก 1] :     1 |
กระโดดไปยัง  
 
 
:: ชมรมคนรักรถ www.car2care.com