ของรางวัลประจำเดือน ..
- ขอแลกรางวัล
- รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลเดือนที่แล้ว
* คำแนะนำ ฎกติกาในการเล่นเกมส์
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา [เข้าสู่ระบบ] หรือ [ลงทะเบียน]
ท่านสามารถอ่านคู่มือการใช้งานเวปบอร์ดได้ โดยคลิกที่นี่
 
Car2Care Club
Car2Care Community
สอบถาม วิจารณ์รถ
ช่วยวิจารณ์ BT-50 กับ Ford Ranger ใหม่ ด้วยครับ
[หน้า 1 จาก 1] :     1 |
µÍº
 
 
Darkeden
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 1 | Level : 1
HP
 10
MP
 2
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ช่วยวิจารณ์ BT-50 กับ Ford Ranger ใหม่ ด้วยครับ
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  
  Posted: 17 April 2009 AT 10:13 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

 
ช่วยวิจารณ์ BT-50 กับ Ford Ranger ใหม่ ด้วยครับ ขอบคุณครับ
________________________________________
 
 
Pasanum
เด็กฝึกหัด
Offline
EXP : 119 | Level : 9
HP
 28
MP
 20
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 1
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 19 April 2009 AT 17:59 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

  ไม่เห็นคนช่วยวิจารณ์เลยพอดีก็อยากรู้อยู่เหมือนกันนะ  
________________________________________

o9401
ช่างเล็ก
Offline
EXP : 1498 | Level : 25
HP
 80
MP
 60
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 2
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 19 April 2009 AT 20:45 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ฟอร์ดRANGERครับ

เส้นทางความสำเร็จอันยาวนานของฟอร์ด รถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่ง
เรื่องราวเกี่ยวกับความโดดเด่นของกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2460 เมื่อฟอร์ดผลิต แชสซีส์รถกระบะ 1 ตันรุ่นแรกออกมา และก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตรถกระบะอย่างถาวร   จวบจนถึงปัจจุบันฟอร์ดได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่และเอกลักษณ์ของกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งมากมาย คงความเป็นผู้นำรถกระบะของโลกมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 ปีที่ผ่านมา  ฟอร์ดได้พัฒนาตลาดรถกระบะ รวมทั้งมาตรฐานใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ความปลอดภัย การขับขี่เหนือระดับ  ความมั่นคง ประโยชน์ใช้สอย ความสามารถในการบรรทุกของ ความสะดวกสบาย และความทันสมัย

ในปีพ.ศ. 2491 ฟอร์ดประสพความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เมื่อรถกระบะในตระกูล “เอฟซีรี่ส์” ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก  และถือเป็นรถกระบะที่ได้รับความสำเร็จสูงสุด ด้วยยอดขายันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันถึง 29 ปีทีเดียว และเป็นรถกระบะที่สร้างยอดขายรวมทั่วโลกจนถึงปัจจุบันกว่า 28 ล้านคัน

ฟอร์ด เรนเจอร์ ถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2526  ในฐานะรถกระบะพันธุ์แกร่งที่สืบทอดความโดดเด่นของเอฟ ซีรี่ส์  ฟอร์ด เรนเจอร์ และยังคงเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรม และผู้ใช้รถได้ประจักษ์ถึงศักยภาพอันมหาศาลจนถึงทุกวันนี้


ฟอร์ด เรนเจอร์  ผู้นำนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ทันทีที่ฟอร์ด เรนเจอร์รุ่นแรกเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อพ.ศ. 2541 ก็ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น ด้วยความเป็นผู้นำนวัตกรรม และสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยให้กับตลาดรถกระบะไทยจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “กระบะนิรภัยคันแรกของไทย”

ก่อนหน้านั้น รถกระบะในประเทศไทยถือเป็นรถใช้งานหนัก ไม่มีอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างในรถเก๋ง ฟอร์ด เรนเจอร์รุ่นแรกสามารถลบล้างแนวคิดนี้ไปได้    และยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย  ที่เพียบพร้อมทั้งถุงลมนิรภัย คานกันกระแทกด้านข้าง และระบบเบรกเอบีเอส

ต่อมาในปี 2543 ฟอร์ด เรนเจอร์ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้ง เมื่อแนะนำรถกระบะ 4 ประตูเป็นครั้งแรก  ทำให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์ใหม่กับรถกระบะนิรภัยที่มีเบาะนั่งแถวที่ 2 พร้อมเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และมี 4 ประตู ให้ความสะดวกและสบายสำหรับทุกคนในครอบครัว

นวัตกรรมฟอร์ด เรนเจอร์รุ่นที่ 3 เกิดขึ้นในปี 2545 เมื่อเปิดตัว  “แค็บเปิดได้” เป็นครั้งแรกในตลาด  นวัตกรรมนี้ คือการพัฒนาให้บานผนังหลังคนขับเปิดออกได้ เพื่อความสะดวกในการขึ้นลงหรือขนของเข้าออกจากแค็บ ซึ่งได้รับความนิยมมาก

ด้วยความโดดเด่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันเป็นมาตรฐานใหม่ ในอุตสาหกรรมรถกระบะอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับรางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปีจากสถาบัน เจ.ดี. เพาเวอร์  ถึงสองปีซ้อนในปี 2543-2544

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่  (All New Ford Ranger)
ผู้ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมรถกระบะ

ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ สืบทอดความโดดเด่นของกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่ง และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ด้วยการนำเสนอเครื่องยนต์ “ดูราทอร์ก” คอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็คชั่น อันทรงพลัง ที่ให้แรงบิดเหนือใครและประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีทั้งความจุ 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตรให้เลือก ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ คงรูปลักษณ์แกร่ง พร้อมกับมีการตกแต่งภายในที่ประณีต หรูหรา  ทั้งยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและประโยชน์ใช้สอยมากมาย
 

                          

รูปลักษณ์ภายนอกแกร่งและทรงพลัง
ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่แกร่งอย่างเห็นได้ชัด  กระจังหน้าลาย 3 แถบเป็นเอกลักษณ์ สื่อถึงความทรงพลัง ช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดีเมื่อบรรทุกของหนัก หรือลากจูงน้ำหนักมาก  ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบรีเฟล็กเตอร์ สวยงามสะกดทุกสายตา ให้ความสว่างมากขึ้น เพื่อทัศนวิสัยที่ดีเมื่อขับขี่ยามกลางคืน

ด้วยการออกแบบที่ลงตัว ความทรงพลังของฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ปรากฏชัดเจนตั้งแต่หน้ารถ  ฝากระโปรงหน้าที่เป็นสันนูน ตัวถังที่ดูแกร่ง ต่อเนื่องไปจนจรดท้ายรถ  ด้านข้างของตัวถังรถออกแบบใหม่ดูสะอาด  แต่มีพลัง เน้นความแข็งแรงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  ซุ้มล้อที่โป่งออกให้การปกป้องตัวถังได้ดีขึ้น   ขณะที่ลายเส้นข้างตัวถังรถเน้นให้เห็นถึงความโดดเด่นมากขึ้น  ล้ออัลลอย 16 นิ้วและยางแบบออลเทอเรน ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่มีรูปลักษณ์ของรถออฟโรด 4x4 ที่แท้จริง โครงเสา B Pillar ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน          บานหน้าต่างกว้างขวาง ตกแต่งกระจกมองข้างด้วยโครเมียมบนพื้นดำมีสไตล์ เพิ่มทัศนวิสัยที่ดีขึ้นให้กับผู้ขับขี่ ตราสัญลักษณ์ฟอร์ดบนวงรีสีน้ำเงินที่โดดเด่นทั้งที่กระจังหน้า และที่บานปิดกระบะท้ายรถ สื่อชัดเจนถึงภาคภูมิใจของผู้เป็นเจ้าของที่ได้ขับขี่กระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งคันนี้ 

ภายในตกแต่งอย่างประณีต ให้สัมผัสแห่งความหรู
การตกแต่งภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ อย่างประณีต หรูมีสไตล์ อาจทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารคิดว่ากำลังนั่งอยู่ในรถยนต์นั่งมีระดับหรู ด้วยโทนในสีครีมใหม่และวัสดุคุณภาพสูง  หรือโทนสีเทาเข้มก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค การตกแต่งภายในฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่คงความทรงพลังเช่นเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการออกแบบขอบแผงหน้าปัดด้วยโครเมียม  ทันสมัยด้วยมาตรวัดทรงกลมแบบ 3 ช่อง รับกับช่องแอร์ทรงกลม

ฟอร์ดเข้าใจดีว่าผู้ขับขี่ใช้เวลาสวนใหญ่อยู่ในรถ จึงได้ตกแต่งภายในห้องโดยสารให้ดูดีและสะดวกสบายเหมือนรถเก๋งมากที่สุด  โดยอุปกรณ์มาตรฐานครบถ้วนในทุกรุ่น  เช่น เครื่องเล่นซีดีคุณภาพสูง และวิทยุเอเอ็ม-เอฟเอ็ม ที่สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3  ระบบปรับอากาศใหม่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้ทิศทางลมที่เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อน สร้างความเย็นผ่อนคลายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดเส้นทาง และยังเงียบไร้เสียงรบกวนอีกด้วย

                             

เบาะนั่งออกแบบมาให้รับการสรีระของผู้นั่งมากที่สุด  รูปทรงของเบาะ ด้านข้างของพนักพิงที่นูนขึ้นกระชับลำตัวและรับแผ่นหลังได้ดี  ตัวเบาะที่ยาวขึ้นกระชับตัวผู้นั่งกว่าเดิมรวมทั้งกระจายน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น      พนักพิงศีรษะใหญ่ช่วยให้นั่งสบายตลอดการเดินทาง   เบาะนั่งด้านหลังปรับปรุงใหม่ให้มีความโค้งเว้า รองรับแผ่นหลังได้ดีขึ้นใกล้เคียงกับรถเก๋ง พร้อมมีที่เท้าแขนให้ด้วย

ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรม และความต้องการของผู้ขับขี่ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่จึงให้สะดวกสบาย และมากด้วยประโยชน์ใช้สอยยิ่งขึ้น มีที่วางแก้ว 5 จุด ที่วางขวดน้ำขนาด 1 ลิตรที่ประตูหน้า คอนโซลกลางแบ่งเป็นสองส่วน ด้านบนสำหรับเก็บของกระจุกกระจิก และด้านล่างสามารถเก็บซีดีได้ถึง       9 แผ่นหรือของที่มีขนาดใหญ่ได้สะดวก ช่องเก็บของด้านหน้ามีความจุถึง 8.1 ลิตร  และอีกครั้งที่ฟอร์ด          เรนเจอร์สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะ ด้วยการปรับปรุงช่องเก็บของด้านหน้า ให้ดึงออกมาเป็นโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางกล่องอาหาร หรือจัดเก็บใบเสร็จ หรือเอกสารได้สะดวกกว่า


 
เครื่องยนต์ทรงพลัง ดูราทอร์ก 380 คอมมอนเรล
นวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ล่าสุดของ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ “ดูราทอร์ก 380 คอมมอนเรล” ไดเร็กอินเจ็คชั่น ผสานสุดยอด 2 ขั้วเข้าด้วยกัน คือ แรงบิดสูงสุดในตลาด และประหยัดน้ำมันมากขึ้น เครื่องยนต์ดูราทอร์ก 380 ประสิทธิภาพสูงด้วยการผสานเทคโนโลยีคอมมอนเรลหัวฉีดแรงดันสูงรุ่นล่าสุด เข้ากับเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผันอัจฉริยะ ระบบเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ และ Electronic Control Unit (ECU) ที่ติดตั้งโปรเซสเซอร์แบบ 32 บิต    สามารถกำหนดและควบคุมการฉีดจ่ายน้ำมันในปริมาณ ที่เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์ทุกจังหวะและสถานการณ์   รีดพลังและแรงบิดได้สูงสุด แต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ทั้งยังลดเสียงและการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้อย่างดีอีกด้วย

ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ เป็นรถกระบะเพียงรุ่นเดียวในตลาดที่มีทั้งอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผันอัจฉริยะ รวมถึงเทคโนโลยีคอมมอนเรลหัวฉีดแรงดันสูงรุ่นล่าสุดติดตั้งอยู่ในรถคันเดียวทั้งรุ่น 4x2 และ 4x4 ให้แรงบิดมหาศาลเหนือใครในตลาด  ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม  เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์  มีปริมาณไอเสียต่ำ

เครื่องยนต์ดูราทอร์ก TDCi 2.5 ลิตร   ในฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ ให้แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 รอบ ต่อนาที   พลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที   และประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่นเรนเจอร์ 2.5 ลิตร WLT เทอร์โบรุ่นปัจจุบันถึง 22% 

เครื่องยนต์ขนาดความจุ 3 ลิตร ให้แรงบิดสูงสุดในตลาดถึง 380 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 รอบต่อนาที และพลังสูงสุดถึง 156 แรงม้าที่ 3,200 รอบต่อนาที 
เทคโนโลยีคอมมอนเรลรุ่นล่าสุดที่ควบคุมโดย Electronic Control Unit (ECU) ติดตั้งโปรเซสเซอร์แบบ         32 บิต สามารถควบคุมแรงดันการฉีดจ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำ  ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์ตอบสนองเป็นเยี่ยม  ควบคุมได้อย่างมั่นใจ เร่งเครื่องได้อย่างราบรื่นเรียกพลังได้ทันทีเมื่อต้องการในทุกรอบเครื่องยนต์  

เทคโนโลยีเทอร์โบแปรผันอัจฉริยะ มีการพัฒนาให้ทนทานต่อการเสียดสีมากขึ้น ทำให้สามารถควบคุมการทำงาน ตอบสนองและเร่งความเร็วได้ทันใจมากยิ่งขึ้น   ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่จึงมีอัตราเร่งที่สูงที่สุด และวางใจได้มากที่สุดในตลาด

เครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่นี้ มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์และลดความร้อนได้ดี มีไอเสียต่ำ ประหยัดน้ำมัน        มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนน้อยลงมาก  รวมทั้งลดลดการปนเปื้อนของน้ำมันเครื่อง   จึงมีระยะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว


การขับขี่ที่เหนือระดับ
ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ พัฒนาขึ้นให้เหมาะและสนองทุกความต้องการในการใช้งานกระบะพันธุ์แกร่งของคุณ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ เป็นรถกระบะรุ่นเดียวในตลาดที่ติดตั้งระบบกระจายแรงเบรก (electronic braking distribution system – EBD) สามารถกระจายแรงเบรกไปทั่วทุกล้อ โดยการคำนวณน้ำหนักบรรทุกและความเร็วของรถ และมีจีเซ็นเซอร์ (G-sensor) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานในทุกรุ่น รวมทั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อคหรือเอบีเอสด้วย


 
เบรกหน้าแบบ 4x4 พร้อมทั้ง piston caliber ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเบรก ทั้งยังลดการสึกหรอของผ้าเบรก ตอบสนองได้ทันใจในทุกสถานการณ์ สภาพอากาศ และระดับความสูง  เบรกเอบีเอสช่วยให้หยุดรถได้ง่ายไม่ต้องออกแรงมาก และควบคุมได้อย่างมั่นใจในขณะหยุดรถกะทันหันบนพื้นผิวที่ลื่น จีเซ็นเซอร์ช่วยเพิ่มความประทับใจในการขับขี่ ด้วยการคำนวณอัตราเร่งความเร็วของรถและน้ำหนักบรรทุก ก่อนจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม จึงให้ความมั่นใจเต็มที่ในการควบคุมบังคับรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าบนไฮเวย์  เปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง หรือขับขี่บนทางลาดชันตามไหล่เขาขณะที่มีน้ำหนักบรรทุกเต็มพิกัดก็ตาม

แชสซีส์ใหม่ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลัง  ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Ballnut ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทนทานกว่า ออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานหนักในรถกระบะโดยเฉพาะ ช่วยให้เลี้ยวและเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ตอบสนองได้ดี ยึดเกาะถนนได้อย่างเหนือชั้น ควบคุมได้ง่าย และลดการโคลง   โช้กอัพที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น และโช้กอัพแก๊สขนาด 32 ม.ม. เพิ่มความมั่นคงของรถ

ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่บังคับเลี้ยวได้อย่างง่ายดายด้วยระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ ที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างดีช่วยผ่อนแรงในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ให้ความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง ผู้ขับขี่จึงมั่นใจได้อย่างเต็มที่

                              
ประโยชน์ใช้สอยอเนกประสงค์
ฟอร์ดเข้าใจดีถึงความต้องการลูกค้าที่ขับรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ จึงถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกของได้มาก  และลากจูงน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 3 ตัน  กระบะท้ายสามารถจัดการกับสัมภาระได้สะดวก และมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยมีสันขอบด้านในสำหรับรองรับน้ำหนักชั้นวางของ

ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ รักษาจุดยืนของการเป็นผู้นำนวัตกรรมกระบะนิรภัย ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย
ที่เหนือระดับ  โดยติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างเป็นครั้งแรกในตลาด  เพิ่มการปกป้องผู้โดยสารจาก
แรงกระแทกด้านข้าง เพิ่มเติมจากถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Advanced Stage II Airbag system

โครงสร้างตัวถังออกแบบมาเป็นอย่างดีให้สามารถกระจายแรงกระแทกออกไปทั่วคัน คานกันกระแทกด้านข้าง และขอบล่างของตัวถังด้านข้างที่ออกแบบให้ยกขึ้นเล็กน้อย  ช่วยเสริมการปกป้องผู้โดยสารภายในได้อย่างดี  โครงสร้างเสา B Pillar ที่ถูกซ่อนไว้เพิ่มความปลอดภัยพร้อมกับช่วยให้บานแค็บเปิดออกได้    เพื่อความสะดวกในการขนของขึ้นลง   เมื่อปิด บานประตูและบานแค็บจะเข้าล็อคกันสนิทแน่นทำหน้าที่แทนเสา B Pillar ได้อย่างแนบเนียนพร้อมทั้งเน้นรูปลักษณ์ความแข็งแรงของตัวรถอีกด้วย
  
ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ เป็นรถกระบะพันธุ์แกร่งเพียงหนึ่งเดียวในตลาด ที่ชุดกันชนหน้าสามารถถอดออกเพื่อซ่อมได้ง่าย  เพราะเราตระหนักดีว่ากันชนไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว  แต่มีเพื่อหน้าที่ปกป้องรถยนต์จากความเสียหายเล็กๆ น้อย  และเป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันเมื่อเกิดการชน 

                 

                  

                  


________________________________________


KtsRacingClub
เด็กล้างรถ
Offline
EXP : 5 | Level : 1
HP
 10
MP
 0
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 3
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 19 April 2009 AT 20:50 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

Ford แข็งแกรงกว่าคับ น่าลอง


________________________________________

o9401
ช่างเล็ก
Offline
EXP : 1498 | Level : 25
HP
 80
MP
 60
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 4
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 19 April 2009 AT 21:04 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

เด๋วมาสด้าน้อยใจ


มาสด้า BT-50 อีกหนึ่งตัวเลือกกระบะไทย

หลังจากพันธมิตร ฟอร์ด เปิดตัว ?เรนเจอร์ใหม่? ไปเมื่อ 2 วันก่อน วันนี้ (9 มี.ค.) ถึงคิวของมาสด้าบ้าง โดยรถปิกอัพใหม่ของมาสด้ามาในชื่อ ? มาสด้า BT-50? และจะเป็นชื่อที่ใช้สำหรับตลาดทั่วโลกด้วย ส่วนความหมายของคำว่า BT-50 นั่น เริ่มจากตัวอักษร BT ย่อมาจาก B-Series Truck ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้เรียกรถปิกอัพมาสด้ามาอย่างยาวนาน และถือเป็นตำนานรถปิกอัพของมาสด้า ในส่วนตัวเลข 50 หมายถึงความสมดุลที่อยู่กึ่งกลางของน้ำหนักการบรรทุกของปิกอัพครึ่งตันและปิกอัพที่มีน้ำหนักบรรทุกมากว่า 1 ตัน
       
       อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าฟอร์ดกับมาสด้าเป็นพันธมิตรกัน ดังนั้นรถปิกอัพใหม่ของทั้ง 2 รายนี้จะใช้เทคโนโลยีตัวเดียวกัน เช่น เครื่องยนต์, ระบบความปลอดภัยที่ใส่ในรถ เป็นต้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของหน้าตาและอุปกรณ์รายละเอียดภายในรถ รวมถึงการตั้งราคาขาย
       
       มาสด้า BT-50 ใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดหลัก 5 ประการ คือ การออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม และทรงพลังเพื่อสร้างเอกลักษณ์อันโดดเด่น,การใส่ใจในความประณีตทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความสวยงามและความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้เป็นเจ้าของ ,ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเลิศ ด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์ คูลเลอร์ ใหม่ล่าสุด ที่ให้ทั้งความแรงและความประหยัดในเวลาเดียวกัน ,อรรถประโยชน์ใช้สอยเพียบ ทั้งนี้เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานอันหลากหลายได้อย่างลงตัวและยกระดับความปลอดภัยสูงสุดให้เหนือกว่ารถกระบะทั่ว ๆ ไป
       
       ดังนั้นรูปลักษณ์ของมาสด้า BT-50 จึงถูกออกแบบให้มีกระจังหน้าและกันชนหน้า ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน, และด้วยกระจังหนาแบบห้าเหลี่ยมถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยมีแถบโครเมียมติดตั้งไว้เหนือสัญลักษณ์มาสด้าขนาดใหญ่ และในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อทุกรุ่น จะติดตั้งชุดโป่งข้างเหนือซุ้มล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มเสริมความทะมัดทะแมง แข็งแกร่ง
       
       ขณะที่รุ่นขับเคลื่อนสองล้อทุกรุ่น จะมีแผงบังโคลนตัวถังเหนือซุ้มล้อที่ออกแบบให้มีแนวเส้นโป่งข้างในตัว ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนในรุ่นฟรีไตล์แค็บ ไฮ-ไรเดอร์ จะถูกเสริมด้วยแผงโปร่งข้างเหนือซุ้มล้อ และยางขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้โดดเด่นสะดุดตา
       
       ชุดไฟหน้าออกแบบขึ้นมาใหม่ แบบมัลติรีเฟคเตอร์ พร้อมชุดไฟเลี้ยวฝังไว้ในเบ้าด้วยกันและพ่นรองพื้นด้วยสีดำ เพื่อเพิ่มบุคลิกสปอร์ตร่วมสมัย ขณะที่ไฟท้ายได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับชุดไฟหน้า ในบางรุ่นจะถูกติดตั้งมือจับเปิดฝากระบะหลังและสัญลักษณ์ชื่อรุ่น BT-50 แบบโครเมียมเพื่อเสริมความโดดเด่นในกับตัวรถมากยิ่งขึ้น
       
       ล้ออัลลอยลายสปอร์ต ทั้งขนาด 15 และ 16 นิ้ว ออกแบบขึ้นให้สอดคล้องกับแนวเส้นสายของตัวรถ ,สีตัวถังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งโมโนโทนและสีแบบทู-โทน เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสรรเฉดสีที่ตรงใจ และในบางรุ่นจะเพิ่มแถบคาดด้างข้างเพื่อช่วยให้ตัวรถดูมีรสนิยม
       
       สำหรับการออกแบบภายในรถเน้นให้เหมือนรถเก๋งชั้นดี ด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยสีแบบทู-โทน โดยใช้สีเทาเป็นสีโทนหลักตัดกับสีเบจ ประดับด้วยวัสดุสีเงินในจุดต่าง ๆ ส่วนแผงหน้าปัดได้รับการออกแบบขึ้นในแนวทางเดียวกันกับแผงหน้าปัดที่มีอยู่ในรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่น ๆ โดยเฉพาะชุดมาตรวัดแบบ 3 ช่องวงกลมล้อมกรอบด้วยวงแหวนสีเงิน เพิ่มบุคลิกหรูสไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น,ชุดเครื่องเสียง ติดตั้งอยู่บริเวณแผงควบคุมกลาง ตกแต่งด้วยสีเงิน ,การตกแต่งห้องโดยสาร ทั้งบริเวณแผงประตู และชุดเบาะนั่ง ถูกคัดสรรให้มีการตกแต่งทั้งการใช้ไวนิล เบาะผ้าและเส้นใยถักทอเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน
       
       ด้านเครื่องยนต์แน่นอนเป็นตัวเดียวกับฟอร์ด เรนจ์เจอร์ ใหม่ คือ เครื่องยนต์ดีเซล ไดเรคท์อินเจ็คชัน เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ มาพร้อมระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดคอมมอนเรล มีให้เลือกทั้งแบบ MZR-CD (WEC) 3000 ซีซี 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร และ MZR-CD (WLC) 2500 ซีซี 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ทั้งคู่ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในรถปิกอัพเมืองไทย (เช่นเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่) เพราะให้แรงบิดสูงสุด เริ่มต้นที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1800 รอบ/นาที
       
       ทั้งสองขุมพลัง มีจุดเด่นในด้านความแรง , ความประหยัด, ความทนทาน จะถูกติดตั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะแบบใหม่เพื่อให้การถ่ายทอดกำลังสู่ล้อขับเคลื่อนเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ และนอกจากนี้มาสด้า BT-50 ยังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ รายแรกในเมืองไทยด้วย
       
       ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มีระบบการทำงานให้เลือก 2 แบบ คือ แบบคันโยกเปลี่ยนระบบธรรมดา ซึ่งทนทานต่อการใช้งานหนักหน่วง และระบบไฟฟ้า RFW (Remote Free Wheel) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการทำงานจากขับเคลื่อนสองล้อเป็นสี่ล้อได้เพียงกดปุ่มบริเวณตอนล่างของแผงหน้าปัดและสามารถเลือกเปลี่ยนระบบได้ทั้งที่รถยังแล่นอยู่หรือระบบ On the Fly เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนทำได้อย่างรวดเร็ว
       
       ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ ดับเบิลวิชโบน และด้านหลัง เป็นชุดแหนบที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล และยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง ทรทรหดเพื่อการบรรทุก
       
       นอกจากนี้มาสด้า BT-50 ยังได้รับการติดตั้งกุญแจระบบ Keyless-Entry ในบางรุ่น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสั่งล็อกและปลดล็อกประตูในขณะที่มือของคุณเต็มไปด้วยสัมภาระ
       
       ระบบความปลอดภัยของมาสด้า BT-50 ใหม่ ติดตั้งระบบเสริมความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นดิสก์เบรกพร้อมรูระบายอากาศคู่หน้า และระบบดรัมเบรกหลังที่ถูกปรับปรุงให้มีระบบเบรกสั้นลง เหมาะสำหรับการใช้งานของรถปิกอัพ เสริมด้วยการทำงานของระบบ 4W-ABS4 เซ็นเซอร์,นอกจากนี้ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างให้ทำงานกับถุงลมนิรภัยคู่หน้า รวมทั้งสิ้น 4 ใบ
       
       มาสด้า BT-50 ใหม่ มีให้เลือก 3 แบบ ทั้งรุ่นกระบะมาตรฐาน ซิงเกิลแค็บ ราคาเริ่มต้นเพียง 452,900 บาท , รุ่นฟรีสไตล์แค็บ มีบานแค็บเปิดได้ ราคาเริ่มต้นเพียง 516,900 บาท และรุ่นดับเบิลแค็บ 4 ประตู อเนกประสงค์ ราคาเริ่มต้นเพียง 583,900 บาท ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรุ่น รวมถึงรุ่นท็อปนั้นจะมีการประกาศราคาอีกครั้ง ในงาน มอเตอร์โชว์ ปลายเดือนนี้


* bt50_p1.jpg (39.92 KB, 600x250 - ดู 6610 ครั้ง.)

* bt50_p12.jpg (29.81 KB, 600x250 - ดู 6521 ครั้ง.)

* bt50_p13.jpg (32.28 KB, 600x250 - ดู 6346 ครั้ง.)


________________________________________


Pasanum
เด็กฝึกหัด
Offline
EXP : 119 | Level : 9
HP
 28
MP
 20
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 5
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 22 April 2009 AT 01:03 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

     สวยครับ ชอบ แต่ตอนนี้ไม่มีปัญญา   

 ชอบการตกกแต่งภายในทั้ง 2 ค่ายเลย 


________________________________________

Pasanum
เด็กฝึกหัด
Offline
EXP : 119 | Level : 9
HP
 28
MP
 20
เวปไซด์ ข้อมูลสมาชิก ส่งE-mail ส่งข้อความ
ข้อความที่ : 6
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 24 April 2009 AT 18:55 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

เพิ่มเติมครับ  ดูข้อมูลได้ที่ www.BT-50.com ครับ รับรองแจ่ม 


________________________________________

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 8
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 5 May 2009 AT 11:42 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

เชียร์ฟอร์ดครับ โดยรวมฟอร์ดสวยกว่า 

ยิ่งรุ่นใหม่ ได้ข่าวว่าประหยัดน้ำมัน กว่าตัวคอมรุ่นก่อน อีก 1-2โล/ลิตร

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 10
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 9 May 2009 AT 11:50 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ฟอร์ดผลิตมาสด้า

แต่ตอนนี้รู้สึกว่า

ฟอร์ดจะขายหุ้นมาสด้าไปแล้วนะ

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 11
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 9 May 2009 AT 12:09 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

เครื่องตัวเดียวกัน

แต่ช่วงล่างเป็นคนละตัว

ซึ่งก้อไม่แน่ใจว่าต่างกันยังไง

การออกแบบภายในเหมือนกันเดะ

ผลิตจากโรงงานเดียวกัน

มาสด้านี่ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาในส่วนไหน

เพราะช่วงเช้าเครื่องจะอืดมาก

สตาร์ดไม่ค่อยดีเท่าไร

แต่รวมๆแล้วก้อไม่ต่างกันมาก

อยู่ที่ว่าชอบพี่หรือน้อง

บอกอีกนิด

มาสด้าใกล้จะเปลี่ยนรุ่นแล้ว

ส่วนฟอร์ด เรนเจอร์รุ่นนี้จะเป็นรุ่นสุดท้าย

แล้วจะเปลี่ยนเป็นอีกรุ่น

แต่จำไม่ได้ว่ารุ่นไรอ่ะ   

Guest
ผู้เยี่ยมชม
Offline
ข้อความที่ : 12
เห็นด้วย  
ไม่เห็นด้วย  

  Posted: 17 March 2010 AT 16:26 | IP ***
ร่วมโหวต >> เห็นด้วย |ไม่เห็นด้วย Quote

ขอคุณที่ช่วยให้ความรู้ครับ ผมกำลังศึกษาและคิดว่าจะซื้อสักคัน
 
reply
  [หน้า 1 จาก 1] :     1 |
กระโดดไปยัง  
 
 
:: ชมรมคนรักรถ www.car2care.com